วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ผลงานที่ผ่านมา part 1


รวบรวมผลงานทั้งหมดที่ผ่านมา
ช่วงที่ 1
ประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว
Shangri-la Bangkok first design (1984)

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

มหาวิทยาลัยศิลปากร

       ลูกเปิดให้ดูหลังจากที่พิมพ์บทความนี้เสร็จ อดนึกขำไม่ได้ว่ามันบังเอิญคล้ายกับความรู้สึกแรกของเรา


          กว่าสามสิบปีมาแล้ว ช่วงแรกเข้าศิลปากร รหัสประจำตัว 4200  น่าจะเป็นรุ่นแรกของคณะมัณฑนศิลป์ที่มีจำนวนมากที่สุดที่รับเข้าคณะ  วันแรกหลังสอบได้ก็มีสอบสัมภาษณ์ เหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ไม่รู้เลยว่าศิลปากรอยู่ตรงไหน เดินไปที่ช่างศิลป์ใกล้ธรรมศาสตร์ เขาบอกไม่ใช่ หันซ้าย หันขวา มองไปทางศาลฎีกาที่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ไม่ได้ถามใครเลยเดินข้ามสนามหลวงไปที่ศาลฎีกาเลย  ไม่ใช่อีก มองภาพไว้ตั้งแต่แรกว่าศิลปากรต้องเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่มีพื้นที่กว้างเหมือนจุฬา ธรรมศาสตร์หรือเด่นเหมือนศาลอาญา
เหนื่อย ตอนนั้นก็เดินมาเรื่อยๆทั้งวัดพระแก้ว เดินข้ามถนนได้มีโอกาสถามร้านอาหารตามสั่งบริเวณมุมถนน ชื่อร้านเนี้ยว ที่ภายหลังกลายเป็นร้านประจำสนิทกัน  

          เดินเข้าไปทำไมเล็กจังเลยและดูไม่คึกคักเลย เงียบ มีเพื่อนๆมายืน, นั่งรอสัมภาษณ์ ยังไม่รู้จักใครเลย คนแรกที่รู้จักจำได้ว่าชื่อ อี๊ด
ส่วนชื่อจริงจำไม่ได้ต้องขอโทษด้วย ที่ตั้งคณะก็เป็นตึกเล็กเป็นซอกเล็กๆไม่เหมือนที่วาดมโนภาพเอาไว้  เพื่อนๆก็ดูหลายลักษณะแปลกๆไม่เหมือนพวกจบมศ.ห้าในสมัยนั้น โดยเฉพาะผมและเพื่อนบางคนที่ยังดูเรียบๆหงิมๆอยู่ ทำให้รู้สึกเหงาๆ ตอนนั้นคิดไปถึงคำพูดของแม่ก่อนขึ้นมากรุงเทพฯ ซึ่งตอนนั้นไม่ค่อยมีใครรู้จักว่า ศิลปากรมีอะไรนอกจากไปเต้นกินรำกิน เอาตัวไม่รอด  เมื่อมาเจอบรรยากาศแบบนี้เลยคิดว่าจะไม่เรียน ไปเรียนรามและรับจ้างวาดรูปโปสเตอร์หนังก็ได้ เพราะรู้จักพี่ที่เป็นอาจารย์ตั้งแต่อยู่มัธยมที่สงขลา

          สี่ปีของการอยู่ในรั้วศิลปากร คณะมัณฑนศิลป์  เริ่มเข้าปีหนึ่งความรู้สึกเดิมก็เปลี่ยนไป คณะมัณฑนศิลป์ แม้จะดูเล็กในสายตาตอนแรก แต่กลับอัดแน่นไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น, สนุกสนาน, ความรักความสัมพันธ์ของเพื่อน น้อง และพี่ๆ เป็นเรื่องราวที่เยอะมากทั้งความผูกพัน, ทะลึ่งทะเล้นเฮฮา, ความร่วมใจในกิจกรรมต่างๆทั้งในและนอกรูปแบบ อดหัวเราะและขำไม่ได้ทุกครั้งที่นึกถึง

          ตั้งแต่ผมและเพื่อนๆเป็นรุ่นน้องที่มีรุ่นพี่ดูแล ยังประทับใจไม่มีวันลืม เป็นรุ่นที่รุ่นพี่เก่าๆมากันเยอะมากเพื่อมาดูรุ่นน้องที่มีมากที่สุดรุ่นแรก จนผมและเพื่อนๆก็สืบต่อเป็นรุ่นพี่  ทุกอย่างยังอยู่ในจิตใจ ความนึกคิดของผมและเพื่อนทุกคน

งาน Composition
สีโปสเตอร์

Monalisa กลับบ้าน(แก่แล้ว ยืนยิ้มต่อไม่ไหว)
สีไม้

งานโปรเจค ออฟฟิศ
สีโปสเตอร์

งานโปรเจค ห้องอาหาร
สีโปสเตอร์

งานโปรเจค บาร์กับดิสโก้
สีโปสเตอร์


งานวิทยานิพนธ์ ปรับปรุงสนามบินดอนเมือง(บางส่วน)
สีโปสเตอร์
          

          อาจารย์ทุกท่านน่ารักมาก ท่านให้ความรู้ทุกอย่างที่ท่านมี ถ่ายทอดให้ศิษย์ทุกคน  เป็นอาจารย์ที่เป็นกันเองและใกล้ชิดกับศิษย์ แม้กระทั่งในทุกวันนี้ ผมก็ยังจำได้เสมอและระลึกถึงไม่เคยลืม ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านที่ได้สั่งสอนมา







ภาพถ่ายเก่าสีจางที่ไม่เคยจางไปจากความทรงจำ

           

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประถม-มัธยม (รร.มหาวชิราวุธสงขลา)

โรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลา ชั้นมัธยม


          ชอบวาดรูปตั้งแต่เล็กๆ วาดทุกอย่างทั้งไม่เป็นเรื่องและรูปแบบ ชอบอะไรก็จะวาด  พ่อจะชอบมาก แต่แม่จะไม่เคยชอบเลย เห็นเมื่อไหร่จะต้องฉีกและโดนทำโทษ ต้องไปแอบวาดตามซอกบ้าน ซอกตึกข้างบ้าน บางครั้งก็เข้าไปอยู่ในลังไม้ขนส่งปลาที่แพปลาข้างบ้าน บ้านอู่ติดกับโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น เป็นที่ซึ่งสนุกมาก  อยู่โรงเรียนก็ชอบนั่งวาดรูป วาดพวกรามเกียรติ์ งานวรรณคดีที่อยู่ในหนังสือเรียน หนุมาน สุวรรณมัจฉา เป็นต้น 


         ช่วงมัธยมก็มีประสบการณ์ส่งรูปวาดไปลงหนังสือต่างๆทั้งประกวดระบายสี วาดภาพ แม้กระทั่งวาดแบบไม่มีรางวัล งานหมึกดำปากกาคอแร้ง(ปากกา BIG)สมัยก่อน วาดการ์ตูนต่างๆที่ฮิตในสมัยนั้น เช่น หน้ากากเสือ, ไอ้มดแดง, กาโม่, นินจา, อุลตร้าแมน หรือหนังสือการ์ตูนชัยพฤกษ์  เริ่มรู้จักงานคัตเอาท์ที่โรงหนัง เป็นอะไรที่ชอบมาก มีโอกาสเข้าไปดูหลังโรงหนังบ่อยมาก ไปนั่งดูเป็นวันๆ ชอบ copy โปสเตอร์หนัง  บางครั้งก็เอารูปมาจัดองค์ประกอบเองแล้วลงสี เริ่มใช้งานวาดที่ถนัดทำให้เกิดรายได้ ไม่ว่าจะเขียนเสื้อยืด มีรายได้เข้ามาเป็นระยะ แม้จะเล็กน้อยแต่ก็ดีใจ ส่งรูปลงหนังสือ ส่งประกวดในวารสารต่างๆจนได้รับการติดต่อให้ไปทำงานที่กรุงเทพฯตอนปิดเทอม  แต่ไม่ได้ไปเพราะกำลังเรียนและต้องหารายได้อื่นๆจุนเจือที่บ้านและตัวเอง


ภาพเขียนสีโปสเตอร์ลอกแบบจากใบปิดหนัง
จัดองค์ประกอบจากรูปขาวดำ แล้วลงสีโปสเตอร์


เรื่อง คู่หู


เรื่อง ชู้


ภาพเขียนสีโปสเตอร์ลอกแบบจากใบปิดหนัง 
เรื่อง ทอง ภาค1









นิตยสาร Starpics ฉบับเดือนมกราคม 2520

ผลงานขนาด 4x6 นิ้ว เขียนด้วยปากกาลูกลื่นบิ๊ก

Romeo and Juliet

Charles Bronson


รูป Dustin Hoffman เขียนจะส่งหนังสือ Starpics แต่ไม่เสร็จ